เทรด Forex

ข้อดีของการเทรด Forex เปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนรวม

เทรด Forex

ในปัจจุบันการลงทุนหรือการเทรดหุ้นถือเป็นช่องทางการหารายได้เสริมของคนในยุคปัจจุบันและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งการซื้อขายหุ้นหรือ การเทรด Forex ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไปรู้จักกับ “ข้อดีของการเทรด Forex เปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนรวม” กันดูสักหน่อยครับ จะเป็นอย่างไรและมีเนื้อหาประมาณไหนบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ

รู้จักกับกองทุนรวม

กองทุนรวมคือ การรวบรวมเงินจากนักลงทุนหลายรายเพื่อซื้อหลักทรัพย์ เช่น หุ้น พันธบัตร สินทรัพย์อื่น ๆ มารวมเป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ โดยมี “ผู้จัดการกองทุน” ทำหน้าที่บริหาร เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมตามนโยบายที่ตนเองสนใจ ซึ่งข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวมคือ สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ตามระดับความเสี่ยงที่เรารับไหว มีเงินน้อยก็ลงทุนได้ มีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลบริหารเงินลงทุนให้ ช่วยเพิ่มโอกาสให้เราได้รับผลตอบแทนมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถทยอยลงทุนแบบเป็นประจำในจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน หรือ DCA (Dollar Cost Average) ได้ด้วย

ข้อดีของการเทรด Forex เปรียบเทียบกับการลงทุน

การเทรด Forex และการลงทุนในกองทุนรวมมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และเหมาะกับวัตถุประสงค์การลงทุนของแต่ละคน ข้อดีของการเทรด Forex เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนรวม มีดังนี้

1. ความยืดหยุ่นในการเทรด เพราะตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมง (จันทร์ถึงศุกร์) ทำให้นักเทรดสามารถเลือกเวลาเทรดที่เหมาะสมกับตัวเองได้ เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด เช่น คนทำงานประจำ ส่วนกองทุนรวม การซื้อ-ขายกองทุนรวมจะต้องทำในเวลาทำการของตลาด และราคาจะคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ สิ้นวันเท่านั้น

2. ศักยภาพในการทำกำไรทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง เทรด Forex นักลงทุนสามารถเปิดสถานะ ซื้อ (Buy) เมื่อคาดว่าค่าเงินจะเพิ่มขึ้น หรือ ขาย (Sell) เมื่อคาดว่าค่าเงินจะลดลง ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้ในทุกสภาพตลาด ส่วนกองทุนรวม การลงทุนในกองทุนส่วนใหญ่จะทำกำไรได้ในตลาดขาขึ้นเท่านั้น เช่น กองทุนหุ้น หรือกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโต

3. ความคล่องตัวและสภาพคล่องสูง เทรด Forex เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก การซื้อ-ขายสามารถดำเนินการได้ทันที เหมาะสำหรับการทำกำไรในระยะสั้นหรือการเทรดแบบ Scalping

กองทุนรวม การขายกองทุนรวมอาจใช้เวลา 1-3 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุน) กว่าจะได้เงินคืน

4. ค่าธรรมเนียมต่ำ ค่าธรรมเนียมในเทรด Forex ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ สเปรด (Spread) ซึ่งมักต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมของกองทุนรวม ส่วนกองทุนรวมมีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee), ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee), และค่าธรรมเนียมไถ่ถอน (Back-end Fee)

5. การควบคุมการลงทุนด้วยตัวเอง นักลงทุนควบคุมการเทรด Forex ได้เอง 100% สามารถเลือกคู่เงิน กลยุทธ์ และการตัดสินใจซื้อ-ขายได้ตามเป้าหมาย ส่วนกองทุนรวมการลงทุนในกองทุนรวมเป็นการมอบหมายให้ผู้จัดการกองทุนบริหารจัดการเงินให้ นักลงทุนไม่มีอิสระในการเลือกลงทุนด้วยตัวเอง

6. การใช้เลเวอเรจ (Leverage) เทรด Forex มีการใช้เลเวอเรจ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ทำให้นักเทรดสามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อย แต่เปิดสถานะการเทรดที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ เช่น มีทุน $100 ใช้เลเวอเรจ 1:100 สามารถเทรดได้มูลค่า $10,000 ส่วนกองทุนรวมไม่มีระบบเลเวอเรจ นักลงทุนต้องใช้เงินเต็มจำนวนในการลงทุน

7. ความโปร่งใสของราคา เทรด Forex จะมีราคาคู่เงินสะท้อนตามปัจจัยเศรษฐกิจและตลาดแบบเรียลไทม์ นักลงทุนสามารถดูราคาปัจจุบันและวิเคราะห์ตลาดได้ทันที ส่วนกองทุนรวมราคาของกองทุนขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ซึ่งคำนวณวันละครั้ง ทำให้ไม่สามารถทราบราคาซื้อขายแบบเรียลไทม์

8. โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ Forex การเทรด Forex ช่วยให้นักลงทุนพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ส่วนกองทุนรวมไม่ต้องการการวิเคราะห์เชิงลึก เพราะผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ดูแล

และนี้ก็เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับการเทรด Forex เปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนรวมที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านกันครับ

Categories: Business, Technology